Cart รายการสินค้า (0)

มรกต

มรกต

 

 

มรกต (Emerald)

       เป็นอัญมณีในตระกูลเบริล (Beryl) ซึ่งเป็นอัญมณีตระกูลเดียวกันกับอะความารีน (Aquamarine) จึงมีความแข็ง 7.5 โมส์ (Moh) มีความวาวแบบแก้ว มรกตเป็นอัญมณีที่มนุษย์รู้จักมาตั้งแต่สมัยอียิปต์ มีหลักฐานบันทึกไว้ว่าพระนางคลีโอพัตราเคยเป็นเจ้าของเหมืองมรกตใกล้ทะเลแดงในอียิปต์และจากการขุดค้นทางโบราณคดี พบว่ามีการแกะสลักมรกตเป็นรูปตัวด้วงและแมลงมีปีกต่าง ๆด้วย บนมงกุฎของพระเจ้าซาร์ (Czar) กษัตริย์แห่งรัสเซียก็ประดับด้วยมรกตด้วย คำว่า "Emerald" มาจากภาษากรีกว่า Smaragdos แปลว่า หินสีเขียว

    สีเขียว คือสีที่เป็นต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิต สีแห่งความอุดมสมบูรณ์จึงเชื่อกันว่ามรกตนำมาซึ่งโชคลาภ ความร่ำรวย มรกตยังเป็นพลอยประจำราศีพฤษภาคม ชาวเปรูในสมัยก่อนนับถือมรกตเป็นอัญมณีศักดิ์สิทธิ์เชื่อกันว่ามีอำนาจปกป้องคุ้มครองผู้สวมใส่ให้พ้นจากสิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ ได้ด้วยความศรัทธาของชาวเปรูพวกเขาได้สร้างศาลเจ้าที่เก็บมรกตจำนวนมากเพื่อสักการะบูชาอัญมณีชนิดนี้

      สีของมรกตเป็นสีที่เย็นตา จึงมีผลดีต่อสายตา นอกจากนี้มรกตยังมีพลังช่วยบำบัดอาการอักเสบต่าง ๆ ช่วยรักษาโรคติดเชื้อเรื้อรังสำหรับผู้ที่เหนื่อยล้าจากการทำงานหนักหรือผู้ที่เพิ่งฟื้นจากการเจ็บป่วยหากสวมใส่มรกต อัญมณีชนิดนี้จะช่วยคืนพลังได้ มรกตยังเป็นอัญมณีที่เทพธิดาวีนัส เทพธิดาแห่งความรักโปรดปรานมากเชื่อกันว่ามรกตมีพลังอำนาจทำให้คู่รักมีความซื่อสัตย์ต่อกันเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความรักที่จริงใจ เหมาะที่จะให้เป็นของขวัญวันแต่งงาน


แหล่งที่พบมรกต

  จากบริเวณต่าง ๆ ที่พญานาควสุกีทำน้ำดีร่วงลงมา ได้กลายมาเป็นแหล่งมรกตในปัจจุบัน ประเทศที่มีมรกตมากที่สุด คือประเทศโคลัมเบียซึ่งขุดเหมืองมรกตกันตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 เหมืองที่มีชื่อ ได้แก่เหมือง Muzo เหมือง Gachala นอกจากโคลัมเบียแล้ว แหล่งมรกตยังมีที่ประเทศซิมบับเวบราซิล โรดีเซีย แถบไซบีเรียในประเทศรัสเซีย อินเดียและปากีสถาน

      ในทางวิทยาศาสตร์ มรกตมีสีเขียวเนื่องจากโครเมียมเข้าไปปนในโครงสร้างผลึกมรกตที่ดี คือมรกตที่มีสีเขียวเข้มสดใสสม่ำเสมอทั่วเม็ดไม่มีจุดดำอยู่ภายในเนื้อพลอยแต่โดยธรรมชาติของมรกตแล้วมักจะมีตำหนิภายในเนื้อพลอยเสมอนอกจากนี้มรกตยังเป็นอัญมณีที่เปราะ แตกหักง่าย จึงควรดูแลรักษาอย่างระมัดระวังไม่ควรให้ถูกกระแทกมากเกินไป หรือโดนความร้อนสูง หรือโดนกรดกัดแก้ว (Fluoricacid) อย่างไรก็ตาม มรกตยังคงเป็นอัญมณีที่เป็นที่นิยมและมีราคาสูงเพราะไม่สามารถหาอัญมณีชนิดอื่นที่มีสีเขียวสดใสอย่างมรกตมาทำเป็นเครื่องประดับแทนได้นอกจากเพชรสีเขียวซึ่งมีราคาสูงมาก

      นับแต่โบราณหลายพันปีจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ "มรกต" ยังครองความเป็นอัญมณียอดนิยมของบุคคลผู้มีชื่อเสียงทั้งหลาย ในอดีตก็มี พระนางคลีโอพัตราของอียิปต์ บรรดาสุลต่าน จักรพรรดิในราชวงศ์ต่าง ๆ ส่วนในปัจจุบัน บุคคลที่มีชื่อเสียงชาวต่างประเทศต่างก็นิยมมรกตกันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งประชาชนชาวไทยผู้ร่ำรวยทรัพย์สินเงินทอง แม้ว่าปัจจุบันมรกตเม็ดใหญ่น้ำงามลดน้อยถอยลงไปหาได้ยากขึ้น และแน่นอนว่าราคาก็ทวี ความสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนบุคคลธรรมดาแทบจะหมดกำลังซื้อ แต่ผู้ที่มีใจรักมรกตก็ยังมีโอกาสเลือกซื้อมรกตที่เหมาะสมกับ "กำลัง" ของตนได้


    

มรกตน้ำงาม

1. มรกตก็เหมือนอัญมณีชนิดอื่น ๆ คือมีทั้งผลึกก้อนใหญ่และเล็ก ดังนั้น ถึงแม้ท่านจะมีงบประมาณจำกัด ก็ยังสามารถเลือกมรกตขนาดที่เหมาะสมกับกระเป๋าได้ และมรกตที่ท่านผู้อ่านเลือกซื้อจะมีขนาดใดก็ตาม ขอให้มีสีสวยและมีคุณภาพดีก็แล้วกัน

2. มรกตที่นิยมนั้นจะมีตั้งแต่สีเขียวอ่อนสดใส (ไม่จืดชืด) ไปจนถึงสีเขียวเข้มสุด (ไม่ดำคล้ำ) และสีต้องกระจายทั่วถึงทั้งเม็ด ไม่มีมุมใดสีอ่อนหรือเข้มกว่าส่วนอื่น ๆ

3. เนื้อพลอยไม่ควรมีตำหนิเป็นจุดดำ ๆ อยู่บนผิวหน้า

4. ธรรมชาติมรกตมักจะมีตำหนิเป็นก้อนผลึกหรือเยื่อลักษณะเป็นไยขาว ๆ ขุ่น ๆ อยู่ในเนื้อพลอย ดังนั้น ควรเลือกเม็ดที่มีมลทินเหล่านี้ให้น้อยที่สุดจะทำได้ คนโบราณเรียกมลทิน (ตำหนิ) อย่างนี้ว่า "ลายผักชี" แต่ถ้าท่านผู้อ่านเห็น
ลายผักชีคล้ายกับควันไฟอยู่ในเนื้อพลอยก็ต้องระวังไว้ก่อน ควรตรวจสอบเสียก่อนให้แน่ใจจึงค่อยซื้อมาเป็นสมบัติ เพราะโอกาสที่จะเป็นมรกตปลอมนั้นสูงมาก

5. เนื้อมรกตที่ดีไม่ควรมีริ้วรอยแตกร้าว (ซึ่งหาได้ยาก) ถ้าจะมีตำหนิแตกร้าวบ้างก็ขอให้อยู่ในเนื้อพลอย อย่าให้แตกจนถึงหน้าพลอย หรือแตกร้าวเป็นซีกเป็นส่วนตลอดเม็ด เพราะวันหนึ่งเนื้อพลอยที่แตกร้าว อาจหลุดออกมาเป็นชิ้น ๆ หายไปได้และถ้าเนื้อพลอยมีรอยแตกร้าว ก็ขอให้สังเกตว่ารอยแตกนั้นเหมือนรอยหินร้าวหรือแก้วบิ่นแตก ถ้ามีลักษณะเหมือนแก้วแตกให้ตรวจสอบอีกเช่นกัน โดยเฉพาะมรกตเก่าแก่ของโบร่ำโบราณ ที่พบเห็นบ่อย ๆ ว่าเป็นมรกตปลอมไม่น้อยเลย

6. มรกตส่วนใหญ่มักจะเจียระไนให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นที่นิยมกันมาก รูปร่างอื่น ๆก็มีด้วยเช่นกัน เช่น รูปไข่ รูปมาคีส์ รูปหยดน้ำ ฯลฯ ตามแต่ก้อนพลอยที่ขุดขึ้นมาได้ มรกตส่วนใหญ่ที่มีเนื้อดี จะเจียระไนให้เป็นเหลี่ยมประกายเสมอ เพราะจะให้ประกายไฟที่สวยงามสีสันนุ่มนวล ส่วนมรกตที่เนื้อมีตำหนิมาก หรือสีค่อนข้างอ่อนมาก ก็จะถูกเจียระไนให้เป็นรูปหลังเบี้ย เพื่อช่วยลดริ้วรอยตำหนิที่สะท้อนขึ้นมาให้เห็นได้น้อยลง และยังช่วยทำให้สีพลอยเข้มขึ้นอีกด้วย

      แต่มรกตบางเม็ดถึงแม้เนื้อจะไร้ตำหนิและสีสวยสดใส ก็ยังถูกเจียระไนแบบหลังเบี้ยอยู่ดี เพราะเนื้อค่อนข้างซึมทึบมากนั่นเอง นับว่ามีความงามไม่น้อยอีกแบบหนึ่งข้อเสนอแนะ มรกตเป็นอัญมณีที่มักจะมีตำหนิและรอยแตกร้าว (ตามธรรมชาติ) เสมอ จึงจำเป็นต้องสวมใส่อย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนำมรกตเม็ดงามมาขึ้นตัวเรือนแหวน เพราะโอกาสที่จะกระทบกระแทกกับวัตถุอื่น ๆ อีกหลายชนิดก็อาจจะร้าวมากขึ้น หรือแตกบิ่นได้

     มีข้อแนะนำสำหรับท่านที่มีมรกตในครอบครอง หากวันใดท่านนำออกมาชื่นชม แล้วสังเกตได้ว่ามรกตที่เคยซื้อมาเมื่อครั้งก่อน ทำไมมาวันนี้จึงมีรอยแตกร้าวเพิ่มขึ้น หากเป็นเช่นนั้น น่าจะแปลความหมายได้ว่ามรกตที่ท่านมีนั้นอาจถูกปรับปรุงคุณภาพด้วยการอาบน้ำมัน เมื่อเก็บไว้นาน น้ำมันในพลอยระเหิดออกไป ทำให้พลอยขาดความชุ่มชื้นจึงเห็นรอยแตกร้าวได้ง่ายหากท่านต้องการให้มรกตฉ่ำเหมือนเช่นวันก่อน ควรนำน้ำมันมะกอกทาเบา ๆ ที่ผิวหน้า ให้น้ำมันซึมเข้าไปในเนื้อพลอย ก็จะทำให้เห็นรอยแตกร้าวได้ยากขึ้นค่ะ

**การวัดความแตกต่างความแข็งของเพชร พลอย และ แร่ธาตุต่าง ๆ ได้โดยมาตรฐานการวัดของโมหส์
ความแข็ง แร่
10 เพชร (Diamond)
9 คอรันดัม (Corundum)
8 โทแพช (Topaz)
7 ควอทซ์ (Quartz)
6 ออร์โธเคลส (Orthoclase)

 

Tags : มรกต emerald gemstone jewelry jewelly อัญมณี พลอย หินสี จิวเวลลี่ เครื่องประดับ เครื่องประดับมรกต ขายเครื่องประดับพลอย ขายอัญมณี

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view