Cart รายการสินค้า (0)

ประเพณีการแต่งงานแบบจีน

ประเพณีการแต่งงานแบบจีน

 

ประเพณีการแต่งงานจีน

       ในสมัยก่อนหนุ่มสาวไม่มีโอกาสคบหากัน แม่สื่อจะมีความสำคัญมาก เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นคนจับคู่ให้โดยหนุ่มสาวจะได้เห็นหน้ากันก็ในวันส่งตัวโน่น สมัยนี้แม่สื่อมีบทบาทน้อยลงแต่บางบ้านก็ยังใช้บริการกันอยู่ คุณจิตรา ก่อนันทเกียรติ นักเขียนเจ้าของผลงานขายดีติดอันดับ “ความรู้เรื่องจีนจากผู้เฒ่า” “ตึ่งหนั่งเกี้ย” “บ่วง-สื่อ-ยู่-อี่” และอีกหลายเล่มเล่าว่าพี่สาวของเธอก็แต่งงานโดยมีบ่วยนั้งเป็นสื่อเช่นกัน       

แม่สื่อ แม่ชัก  

      แม่สื่ออาชีพมักเป็นผู้ที่หูตากว้างขวาง รู้จักคนมาก เมื่อเห็นว่าบ้านไหนมีลูกหลานอยู่ในวัยสมควรมีคู่ก็จะเข้ามาติดต่อและแนะนำหนุ่มสาวที่มีพื้นเพใกล้เคียงกันให้ โดยอาจจะนำรูปถ่ายมาให้ดู ถ้าสองฝ่ายสนใจที่จะรู้จักกันก็จะมีการนัดดูตัว ถ้าถูกอัธยาศัยกัน มีการสานต่อจนถึงขั้นแต่งงาน แม่สื่อก็จะได้ค่าสมนาคุณเป็นเงินจำนวน 5 เปอร์เซ็นต์ของเงินสินสอดที่ฝ่ายชายนำมาสู่ขอ ธรรมเนียมนี้ดีตรงที่แม่สื่อจะช่วยคัดเลือก “ผู้สมัคร” ที่มีพื้นฐานครอบครัวเหมาะสมกันทั้งสองฝ่ายหากนัดพบแล้วถูกใจกันก็จะไม่มีปัญหาเรื่องผู้ใหญ่กีดกันตั้งข้อรังเกียจในภายหลังเหมือนกับการไปคบหากันเองนอกสายตาผู้ใหญ่     

  ซึ้งเมี้ย      

       ตามธรรมเนียมจีนเมื่อหนุ่มสาวตกลงแต่งงานกัน ฝ่ายชายจะจัดการให้ซินแสผูกดวงและกำหนดฤกษ์ยามซึ่งคุณจิตราเล่าไว้ใน “ตึ่งหนั่งเกี้ย” ว่าสมัยก่อนต้องดูกันละเอียดขนาดที่ว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะต้องสระผมวันไหน ให้ช่างลงกรรไกรตัดชุดวันไหนนั่นทีเดียว  

พิธีหมั้น

     ในวันหมั้นเจ้าบ่าวจะยกขันหมากมาทำพิธีสู่ขอที่บ้านฝ่ายหญิง โดยในวันนี้ทั้งสองฝ่ายต้องเตรียมเครื่องขันหมากตามที่ตกลงกันไว้ ขันหมากตามประเพณีจีนมีชุดเดียวและไม่ได้มีหมากพลูเป็นส่วนประกอบแต่อย่างใด เพียงแต่เรียกชื่อตามขันหมากของไทยเท่านั้น เครื่องขันหมากตามประเพณีจีนจะจัดเป็นจำนวนคู่ทุกอย่างและติดตัวหนังสือ “ซังฮี่” สีแดง


เครื่องขันหมากเจ้าบ่าว
          นอกจากเงินสินสอดและทองหมั้นจะมีเครื่องขันหมากตามธรรมเนียมซึ่งล้วนแล้วแต่มีความหมายในตัวทั้งสิ้น      

 

ทองหมั้น 

          ที่นิยมกันคือเครื่องประดับทองสี่อย่างเอาเคล็ดเลขสี่ซึ่งเป็นเลขดี บางบ้านอาจจะเรียกสายสร้อย ตุ้มหู แหวนและกำไรหัวมังกรหนึ่งคู่หรือจะเป็นเครื่องประดับทองอย่างอื่นก็สุดแท้แต่ความนิยม      

กล้วยทั้งเครือ
          นอกจากจะมีความหมายให้มีลูกหลานสืบสกุลแล้ว ยังหมายถึง “ตึงเอาสิ่งที่ดีเข้ามา” กล้วยนี้บางครั้งฝ่ายเจ้าสาวจะเป็นผู้เตรียมมามอบให้ ส้มเช้ง (ภาษาจีนเรียก “ไต้กิก” แปลว่า โชคดี) ติดตัวหนังสือ “ซังฮี่” สีแดง ขนมแต่งงาน จะเป็นขนมสี่สีหรือห้าสี (สี่หรือห้าอย่าง) ก็แล้วแต่ฝ่ายเจ้าสาวจะเรียก เดี๋ยวนี้มึกจะใส่คุกกี้กระป๋องเพิ่มมาด้วย ถ้าคนในบ้านหรือลูก ๆ หลาน ๆ ชอบรับประทาน ชุดหมูสด 3 ถาด ถาดหนึ่งใส่หัวหมู เท้าหมู 4 เท่าเจียนเล็บเรียบร้อยและหางหมู ถาดที่ 2 ใส่ขาหมูทั้งขา 1 คู่ และถาดที่ สามใส่เนื้อส่วนท้องของหมูตัวเมียเอาเคล็ดว่าให้เจ้าสาวมีลูกสืบสกุล คุณจิตราเล่าจากประสบการณ์วว่าปัจจุบันนี้บางบ้านก็ตัดชุดหมูออกไป โดยอาจจะเรียกเป็นเผือก (โอ่วเท้า) เอาเคล็ดว่าให้ “มีหัว มีหาง” (อู่เท้า อู่บ้วย) หรือสำเร็จเรียบร้อย ของไหว้ 2 ชุด สำหรับไหว้เจ้าที่และไหว้บรรพบุรุษ โดยฝ่ายชายอาจจะให้ซองมาและให้ฝ่ายหญิงเป็นผู้จัดให้เนื่องจากแต่ละบ้านจะจัดของไหว้ไม่เหมือนกัน   

เครื่องขันหมากเจ้าสาว 
          เอี๊ยมแต่งงานสีแดง ในกระเป๋าบรรจุ เหรียญมังกรทอง ปิ่นทอง และ เมล็ดพืชห้าชนิด เป็นเคล็ดว่าให้เจริญรุ่งเรือง มีลูกหลานสืบสกุล และต้นชุงเฉ้า หรือต้นเมียหลวง ซึ่งหมายถึงเกียรติยศ ถ้าฝ่ายเจ้าสาวมีฐานะมักผูกสายเอี๊ยมด้วยสร้อยทอง ปิ่นทอง ภาษาจีนเรียก “ยู่อี่” หมายถึง สมปรารถนา ปิ่นทองนี้จะเสียบไว้กับเอี๊ยมและมอบให้กับฝ่ายชายในวันสู่ขอ และถ้าฝ่ายชายจะส่งปิ่นทองกลับมาให้ใช้ในพิธีส่งตัว ชุดหัวใจหมู ใช้ทั้งยวง มีหัวใจ ตับ ปอด ห้ามหั่นแยกจากกัน ไข่ต้มย้อมสีแดง 1 ถาด ขนมถั่วดำ (โอวเต่ากิ้ว) 1 ถาด นิยมใช้ 17 คู่ หรือ 34 ลูก ส้มเช้ง 1 ถาด ลำไยแห้งและใบทับทิมสำหรับตกแต่งเครื่องขันหมากที่มอบให้ฝ่ายชายนำกลับลำไยแห้งสื่อความหมายถึงความหอมหวาน ส่วนใบทับทิมเป็นใบไม้มงคลเป็นเคล็ดว่าให้มีโชค   

เครื่องขันหมากที่เจ้าบ่าวนำกลับ
          ได้แก่ ขาหมู 1 ขา ขนมแต่งงานครึ่งหนึ่ง ในกรณีที่ฝ่ายหญิงเรียกเผื่อเพื่อจะแบ่งกัน กล้วยทั้งเครือ เอี๊ยมแต่งงาน เสียบปิ่นทอง ในกระเป๋าใส่ต้นชุงเฉ้า เมล็ดพืชและเหรียญมังกรทอง ชุดหัวใจหมูครึ่งหนึ่ง แต่ถ้าไม่ต้องการหั่นแบ่งฝ่ายหญิงอาจนำไปทำกับข้าวให้คู่บ่าวสาวรับประทานร่วมกัน เป็นเคล็ดให้ “รวมใจเป็นหนึ่ง” ส้มเช้ง 1 ถาดที่ฝ่ายหญิงเตรียมให้วันส่งตัว เช้าวันส่งตัวเจ้าบ่าวจะส่งปิ่นทองคืนมาให้เจ้าสาวใช้ประดับผม ปิ่นทองนี้ภาษาจีนเรียกว่า “ยู่อี่” หมายถึง “สมปรารถนา” จึงถือเป็นของสำคัญยิ่งสำหรับวันแต่งงานโดยแม่เจ้าสาวจะเป็นผู้เสียบปิ่นทองประดับใบทับทิมพองามให้กับลูกในคืนวันส่งตัว   


            เมื่อลูกสาวจะออกเรือนพ่อแม่จะให้ของขวัญสำหรับนำติดตัวไปด้วยอย่างสมฐานะ ไม่ให้ฝ่ายชายดูถูกได้ว่ามาแต่ตัว เรียกว่า เครื่องเจ้าสาว ประกอบด้วย เงินหน้าหอ เครื่องในหอ และเครื่องแต่งห้องหอ   


เครื่องหน้าหอ
          ได้แก่ เงินทอง เครื่องประดับ ทรัพย์สินที่พ่อแม่ให้เจ้าสาวไว้ติดตัว เจ้าสาวสมัยนี้อาจขอของใช้หรือทรัพย์สินอื่น เช่น จักรเย็บผ้า โทรทัศน์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย เครื่องในหอ คือ ของใช้ส่วนตัวของเจ้าสาว ได้แก่   

  • กระจก กรรไกร ด้าย เข็ม
  • กะละมัง กระป๋องน้ำ กระโถน
  • หวีสี่เล่ม เอาเคล็ดว่าให้เงินทองไหลมาเทมา เพราะคำว่าหวีสี่เล่มในภาษาจีน คือ “ซี้ซี้อู่หอซิว” แปลว่าได้ รับทรัพย์ทุกเวลา
  • พัดแดง มีความหมายว่าให้พัดแต่สิ่งดี ๆ เข้ามา
  • แผ่นหัวใจสีแดง สำหรับติดเครื่องประดับที่พ่อแม่ฝ่ายหญิงมอบให้เป็นของขวัญแก่ลูกสาว
  • เครื่องแต่งห้องหอ ได้แก่ เครื่องเรือนต่างๆ  และยังมีถาดจัดเป็นคู่ ตะเกียบ ชุดน้ำชา หมอนหนุนและหมอนข้างอย่างละ 1 คู่ ในสมัยก่อนพ่อแม่ฝ่ายหญิงจะซื้อโลงศพให้เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแต่งห้องหอด้วยเพื่อแสดงว่าพ่อแม่จะรับผิดชอบต่อลูกสาวจนตลอดชีวิต แต่ต่อมาเห็นว่าไม่เป็นมงคลจึงเลิกไป ส่วนเครื่องนอนนั้นเป็นหน้าที่ของฝ่ายชายจัดหาเนื่องจากกาแต่งงานตามธรรมเนียมจีนเป็นการแต่งสะใภ้เข้าบ้าน    

พิธีส่งตัว
     ก่อนถึงฤกษ์ส่งตัวเจ้าสาวไหว้เทพยดาฟ้าดิน ไหว้เจ้าที่และบรรพบุรุษแล้วมารับประทานอาหารมงคล 10 อย่างที่พ่อคีบให้ โดยผู้ใหญ่ต้องเอ่ยชื่ออาหารแต่ละอย่างด้วยเพื่อความเป็นสิริมงคล เมื่อเจ้าบ่าวมาถึงฝ่ายเจ้าสาวต้อนรับด้วยน้ำชาจนใกล้ฤกษ์ส่งตัวเจ้าบ่าวจะต้องฝ่าประตูเงินประตูทองเข้าไปมอบช่อดอกไม้ให้เจ้าสาว ซึ่งนั่งถือพัดแดงคอยอยู่ ก่อนออกจากบ้านเจ้าสาว คู่บ่าวสาวจะรับประทานขนมบัวลอยจีนหรือขนมอี๊สีชมพูร่วมกันเป็นเคล็ดว่าให้ชีวิตแต่งงานราบรื่น แต่บางบ้านอาจจะให้ทั้งคู่กินอาหารมงคลสิบอย่างด้วยกันแทนก็ได้ ในขบวนส่งตัวจะให้น้องชายหรือหลานชายของเจ้าสาวถือตะเกียงจุดไฟสว่างนำหน้ารถคู่บ่าวสาวหรืออาจให้นั่งรถคันเดียวกัน เอาเคล็ดว่าให้คู่สมรสมีลูกชายไว้สืบสกุล ตะเกียงนี้คู่บ่าวสาวจะนำไปติดตั้งไว้ในห้องหอและจุดไว้ตลอดคืน ห้ามดับเป็นอันขาด เมื่อถึงบ้านฝ่ายชายแล้วมักให้เจ้าสาวลอดใต้แขนเจ้าบ่าวเข้าบ้านเพื่อเป็นเคล็ดให้เจ้าสาวอยู่ในโอวาทจากนั้นคู่บ่าวสาวจะทำพิธีไหว้ฟ้าดิน ไหว้เจ้าที่และบรรพบุรุษด้วยกันก่อนจะทำพิธียกน้ำชาให้ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย โดยเจ้าสาวจะมีผ้าไหว้ ซึ่งนิยมเป็น ผ้าตัดเสื้อ หรือผ้าเช็ดตัว ติดตัวไปสำหรับการณ์นี้ด้วย หลังจากเสร็จพิธียกน้ำชา คู่บ่าวสาวจะรับประทานขนมอี๊สีชมพูด้วยกันอีกครั้ง   

 

ตึ่งฉู่   

     เป็นธรรมเนียมโบราณ เกิดจากการที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน หลังแต่งงานไปแล้วถ้าเจ้าสาวไม่ใช่สาวพรหมจรรย์ เจ้าบ่าวมีสิทธิส่งตัวคืนได้ใน 3 วันแต่ในสมัยนี้สาระสำคัญของ “ตึ่งฉู่” ก็คือ การพาเจ้าบ่าวไปไหว้ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงซึ่งถือว่าคนในครอบครัวเดียวกัน และเจ้าสาวจะเตรียมส้มเช้งติดอักษร “ซังฮี่” สิบสองผลเพื่อใช้ไหว้ผู้ใหญ่

ยกน้ำชา

     เมื่อคู่บ่าวสาวไปถึงบ้านฝ่ายหญิง จะทำพิธียกน้ำชาให้ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงซึ่งจะให้ของขวัญหรือรับเงินไหว้กลับมา   

 


Tags : พิธีแต่งงานจีน พิธีแต่งงานแบบจีน แต่งงานแบบจีน ประเพณีการแต่งงานจีน ประเพณีการแต่งงานแบบจีน Chinese Wedding Ceremony chinese wedding chinese ceremony wedding ceremory chinese style wedding chinese style

ความคิดเห็น

  1. 1
    Wang Li Jun
    Wang Li Jun 24/08/2009 18:29
    เคยดูการแต่งงานของจีนในละคร

    จึงสนใจอยากรู้พิธีการแต่งงานแบบจีน

    เป็นพิธีการที่ละเอียดละอ่อนไม่แพ้พิธีการแบบไทยเลยค่ะ

    มีขั้นตอนเยอะแยะและแต่ละขั้นตอนก็มีความหมายแตกต่างกันไป

    เป็นความรู้ใหม่ที่น่าสนใจมากค่ะ {icon3}
  2. 2
    8 กลยุทธ์สอนลูกให้ฉลาดรอบด้าน

    ไม่ชอบเลยครับ ที่จะต้องแต่งงานกับคนที่เราไม่รัก บางที่ก็เป็นเพราะหมอดูจีนบอกให้แต่งงานถ้าไม่แต่งพ่อ แม่เวลาตายไปจะนอนตายตาไม่หลับ ไม่เห็นเกียวกันเลย คนมันจะตาย จะหลับไม่หลับก็ทำบุญไปให้

  3. 3
    19/01/2013 21:30

    เป็นข้อมูลที่ดีมากค่ะ

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view