Cart รายการสินค้า (0)

การฝังเพชรในแหวนวงสวย

การฝังเพชรในแหวนวงสวย

 แหวนแต่งงานหรือแหวนหมั้นดูจะเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องที่คู่บ่าวสาวต้องใส่ใจเป็นพิเศษ แต่ก่อนที่คุณทั้งคู่จะออกไปเลือกแหวนเพชรด้วยกัน หรือจะเป็นคุณเจ้าบ่าวที่ต้องการจะเซอร์ไพรส์ว่าที่ภรรยาในอนาคตด้วยการออกไปเลือกด้วยตัวคุณเอง คุณควรที่จะทำความรู้จักกับดีไซน์ต่าง ๆ ของแหวนเพชร ก่อนที่จะออกไปเจอกับแหวนนับหมื่นนับพันวงในตลาด เพื่อให้พบกับแหวนวงที่ "ใช่" สำหรับคุณและคนรักอย่างแท้จริง Bride ฉบับนี้เราจะพาคุณไม่รู้จักกับวิธีการ "ฝังเพชร" แบบต่าง ๆ ลงบนแหวนเพชรซึ่งมีผลกับการดีไซน์แบบของแหวนโดยตรง

1.PRONG SETTING

การฝังหนามเตย

การฝังแบบนี้เป็นวิธีคลาสสิกที่ใช้กันมานาน และยังคงได้รับความนิยมกันอยู่ ลักษณะของหนามเตยคือจะเป็นก้านต่อที่ต่อกับฐานที่ยืดตัวเพชรอยู่ มักมีตั้งแต่ 3 ขาขึ้นไปแล้วแต่ดีไซน์ของตัวแหวน การฝังเพชรแบบนี้จะทำให้เพชรดูโดดเด่นเป็นพิเศษอีกด้วย เพราะจะช่วยชูเพชรให้รับแสงได้เต็มที่ ทำให้เกิดความแวววาวเป็นประกายสวยงาม แต่อาจต้องระวังว่าหนามเตยอาจไปเกี่ยวกับเสื้อผ้าของคุณได้ และระวังการกระทบกระทั่งที่ทำให้ตัวเพชรหักออก


2.BEZEL SETTING

การฝังหุ้ม

การฝังหุ้มนั้นสังเกตได้ง่าย ๆ ว่าตัวยืดจะอยู่เหนือขึ้นมาบนตัวเพชร ช่วยยืดตัวเพชรได้ดีกว่าหนามเตย และรองรับการกระแทกโดนตัวเพชรจากด้านบนได้อีกชั้นหนึ่ง และยังช่วยให้เพชรดูใหญ่ขึ้นอีกด้วย แต่อาจทำให้เพชรไม่แวววาวเท่าแบบการฝังแบบหนามเตย


3.CHANNEL SETTING

การฝังสอดหรือฝังล็อก

สังเกตได้ง่าย ๆ ว่า แหวนที่ฝังเพชรด้วยวิธีนี้ ตัวเพชรจะเรียงเป็นแถว และไม่มีตัวกั้นระหว่างเม็ด แต่จะมีขอบของตัวแหวนล็อกมุมของเพชรไว้ ซึ่งช่วยป้องกันการกระแทกได้ดีทีเดียว และยังทำให้ดีไซน์ของแหวนดูเรียบและโมเดิร์น แต่การฝังแบบนี้ต้องใช้ช่างที่ชำนาญการ เพราะตัวเพชรอาจหลุดได้จากการที่ไม่มีตัวยืดระหว่างเม็ด


4.PAVE SETTING

การฝังจิกไข่ปลา

สำหรับแหวนที่ใช้เพชรหลายเม็ด หรือเรียงกันเป็นแพ จะมีการฝังเพชรแบบจิกไข่ปลา เพราะตัวยึดจะเป็นเนื้อของแหวนที่ทำเป็นรูปไข่ปลาเป็นตัวล็อกเพชรไว้ เมื่อนำเพชรมาใส่เรียงกันและมีตัวยึดที่ดูเล็ก แหวนเพชรดีไซน์นี้จะมีความแวววาวสวยงามอย่างมาก แต่การฝังแบบนี้ก็อาจทำให้แหวนหลุดได้ง่าย ต้องใช้ช่างที่ชำนาญการเช่นกัน


5.FLUSH SETTING

การฝังจม

การฝังแบบนี้อาจดูคล้ายกับการฝังหุ้ม แต่วิธีการคือ การฝังเพชรลงไปในช่องที่พอดีกับตัวเรือนเป็นการฝังที่เหมาะกับแหวนสไตล์โมเดิร์น ซึ่งจะช่วยป้องกันการกระทบกระทั่งได้ดี แต่หากช่องไม่พอดีกับเพชรอย่างแท้จริง ก็อาจทำให้เพชรหลุดออกมาได้หากโดนกระแทกแรง ๆ และการอัดเพชรลงไปในช่องอาจทำให้เม็ดเพชรแตกหรือมีรอยร้าว จึงต้องใช้ความประณีตในการทำมากเป็นพิเศษ


6.TENSION SETTING

การฝังหนีบ

การฝังหนีบคือการฝังโดยใช้การบีบจากตัวเนื้อแหวนกับสองด้านของเรือนเพชร โดยจะมีร่องที่พอดีกับขอบเหลี่ยมของเพชร แต่เนื้อแหวนควรเป็นโลหะที่มีความแข็งมาก ซึ่งแม้แต่ทองเองก็ยังถือว่ามีความแข็งไม่เพียงพอ ส่วนมากวิธีแบบนี้จะใช้กับโลหะแพลทินัมมากกว่า และเนื่องจากหน้าเรือนเพชรเสมอกับแหวนจึงอาจโดนขีดข่วนง่าย ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ


7.INVISIBLE SETTING

การฝังไร้หนาม

การฝังไร้หนามเป็นการฝังที่ยากที่สุดในบรรดาการฝังทั้งหมด เพราะต้องใช้ความชำนาญและความละเอียดอย่างมาก ตัวเรือนโลหะจะมีลักษณะเป็นตาข่าย เป็นการฝังที่เหมาะกับเพชรที่มีหน้าเหลี่ยมและเรียงเป็นแถว ทำให้มองไม่เห็นตัวยึดระหว่างอัญมณี เป็นการฝังที่เหมาะกับแหวนเพชรสไตล์โมเดิร์น


8.MIXED SETTING

การฝังแบบผสมผสาน

ดีไซน์ของแหวนเพชรในปัจจุบันก้าวล้ำไปมาก จึงมีการฝังหลายแบบในแหวนวงเดียว และทำให้การดีไซน์หลากหลายขึ้นมาก เพราะปัจจุบันมีเครื่องไม้เครื่องมือที่ช่วยในการฝังเพชรที่ทันสมัยมากขึ้น คุณสามารถออกแบบแหวนเพชรในแบบของคุณเอง และอาจมีวงเดียวในโลก แต่ค่าใช้จ่ายก็ต้องแพงตามไปด้วยเช่นกัน

view